สวัสดีท่านผู้อ่าน
เมื่อวานไปตลาดนัดจตุจักร แวะคุยที่แผงพระคนคุ้นกันหลายแผง ดูเงียบเหงาจัง ขนาดนั่งคุยเป็นชั่วโมงบนแผงด้านถนนกำแพงเพชรฝั่งตรงข้าม อตก ยังไม่มีคนมาดูพระเลย
คนขายบอกเงียบมา 2 เดือนแล้ว
พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานก็ได้ข่าวว่ามีแต่คนขาย เดินไปเดินมาเหมือนกัน
สองวันก่อนไปดูหนังสือพระตามแผงก็ไม่มีพระอะไรเด่นเป็นพิเศษ เหมือนว่ามันเนือย ๆ ไม่มีการโปรโมทพระให้ตื่นเต้นเร้าใจ
เกิดอะไีรขึ้นกับวงการพระเครื่องหรือ
คำตอบก็คือวงการพระเครื่องเลยจุดสูงสุดของความเป็นธุรกิจแล้ว และกำลังอยู่ในขาลง
ก่อนหน้านี้ก็ปีพ.ศ. 2540 ที่ตกต่ำสุด ๆ จากพิษเศรษฐกิจซบเซาจากการลดค่าเงินบาท มาฟื้นตัวได้สมัยทักษิณเป็นนายก และขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 2549 เมื่อกระแสจตุคามรามเทพมาแรงจัด พอจตุคามรามเทพสร้างกันแทบจะทุกวัดทั่วประเทศ คนขายพระแฮปปี้กันทั่วหน้า ใคร ๆ ก็ขายจตุคาม ร้านเลี่ยมพระแทบจะว่าเลี่ยมจตุคามตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น จนเกือบเที่ยงคืน พวกเพ้นท์สีก็ทำกันจนตาลาย โรงงานทำตลับฉวยโอกาสขึ้นราคาตลับทุกชนิด วัด 200 กว่าวัดสร้างจตุคามออกมารวม ๆ เป็นหลักหลายร้อยล้านองค์
supply ก็ท่วม demand คนในวงการที่กลับตัวไม่ทันก็เจ็บตัวทั้งผู้ซื้อผู้ขาย
จากนั้นเซียนใหญ่ก็คิดแผนการตลาดใหม่ เอาตัวรอดแต่พวกตัวเอง บูมราคาพระแบบบ้าเลือด เริ่มจากต่อยหมัดหนึ่งสองให้การ์ดตกก่อน หมัดหนึ่ง ตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญพร้อมกับเปิดตัวเคล็ดลับตัวตัด เหรียญใครขอบไม่ตัดตามนั้น ตีเก๊ทันที ทฤษฎีดูเหรียญอย่างอื่นเป็นพับไป แล้วตามด้วยหมัดสอง ออกหนังสือเหรียญเพื่อเผยแพร่เป็นตำรา หนังสือเหรียญแม้แต่ของสามารถ คงสัตย์ ก็ใช้ไม่ได้ ลูกกะตาไม่มีความหมาย ดูตัวตัดอย่างเดียว
หมัดน็อคเอาท์เข้าคางคือการดันเหรียญตัวท้อป คือเหรียญหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติให้ทะลุ 10 ล้าน เท่านี้เหรียญเบญจภาคีอื่น ๆ เช่นหลวงพ่อคง หลวงปู่ศุข หลวงปู่เอี่ยม ก็ทะลวงผ่านหลักล้านอย่างง่ายดาย เปิดทางให้เหรียญแถวหน้าที่รอคิว เช่นเหรียญหลวงพ่อแดงวัดเขาบันไดอิฐ ทะลุขึ้นหลักหลาย ๆ แสน
ทีนี้มาถึงพระชุดอื่นบ้าง หลวงพ่อทวดวัดช้างให้เนื้อว่านก็ถูกดันให้ทะลุหลักล้าน ในขณะที่เนื้อโลหะหลังเตารีดปี 2505 ก็ทยานขึ้นหลักหลายแสน ดึงเอาพระรุ่นที่ไม่ทันอาจารย์ทิมเช่นพระปี 2524 ทะลุหลักหมื่น
ล่าสุดที่รายงานเมื่อสองวันก่อนคือพระกำแพงลีลาเม็ดขนุน ซึ่งเคยครองตำแหน่งพระเบญจภาคีก่อนที่จะถูกพิมพ์ซุ้มกอเขี่ยตกบัลลังก์ ก็บูมกันจนใกล้หลัก 10 ล้านแล้ว
วิธีโปรโมทพระให้มีราคาแพงหูฉี่ก็คือกลยุทธ์การตลาดที่ว่า เมื่อพระมีน้อย ต้องทำกำไรต่อองค์ให้มากที่สุด คือขึ้นราคาให้หายบ้าไปเลย
ปัญหาที่ตามมาก็คือตัวเองไม่สามารถผูกขาด supply ที่จะเข้าตลาดได้ เพราะไม่ใช่พระใหม่ แต่เป็นพระเก่านับร้อยปีขึ้นไปที่แพร่หลายอยู่หลายสิบปีแล้ว ดังนั้นไม่ใช่เฉพาะกลุ่มของตัวเองที่มีพระเหล่านั้น พอพระแพงคนอื่นเขาก็มีเหมือนกัน
แต่พอเขาจะขายราคาแพง ๆ แบบของตัวมั่ง ผลประโยชน์ที่ขัดกัน หรือที่ตัวเองไม่ได้อะไรเพราะไม่ใช่พระในกลุ่มตัวเอง ก็เกิดการสวดพระของเขาขึ้น
ถ้าคนถูกสวดเป็นนักเล่นพระหน้าใหม่หรือเซียนเล็ก ๆ ก็ต้องทำตาปริบ ๆ ยอมรับสภาพ แต่ถ้าเป็นเซียนใหญ่มีพวกมากก็โต้ตอบได้ ประเภท คุณสวดพระผม ผมก็สวดพระคุณบ้าง
แล้วคนซื้อไม่งงเต้กหรือ
ยิ่งพระยิ่งแพงขึ้น ๆ คนซื้อก็เหลือกลุ่มเดียว คือเศรษฐีที่มีเงินถุงเงินถัง แต่พวกนี้ก็ไม่โง่ พวกก็เยอะ ที่ปรึกษาก็เพียบ แถมตอนคืนพระยังมีคนมีสีให้ใช้บริการอีก
ส่วนชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่เผอิญมีพระที่ว่าก็อยากได้เงินมั่ง คิดว่าเขาขายพระราคาหลายล้าน ก็คงซื้อเข้าหลายแสน พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ถูกล้อมหน้าล้อมหลัง ตีเหมาเป็นพระเก๊ แต่ขอซื้อหลักหมื่นเอาไว้ศึกษา
มีเรื่องเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง
พรรคพวกที่เป็นคนขายพระอยู่คนหนึ่งลองเอาพระรูปหล่อหลวงพ่่อเงินวัดบางคลานพิมพ์นิยม สวยเชียะขนาดชนะการประกวดถึง 5 โล่ ตั้งราคา 3.5 ล้านบาทให้พวกเอาไปขายศูนย์ใหญ่ กะว่าถ้าถูกต่อเหลือล้านเศษก็จะขาย ปรากฏว่าโดนตีเก๊ตามระเบียบ แต่ขอซื้อไว้ดูเป็นตัวอย่างในราคา 1 แสนบาท
พูดง่าย ๆ ถ้าเก๊จริง จะเช่าถึง 1 แสนหรือ
แม้แต่พระสมเด็จที่ขายกันหลายล้าน ลองเอาพระแบบนั้นไปขายเซียนใหญ่บ้าง อย่างมากได้แค่หลักหมื่น
นี่คือผลประโยชน์ที่แบ่งไม่ทั่วถึง ได้เฉพาะคนหมู่น้อยในกลุ่มตัวเอง
ตอนหน้าจะวิเคราะห์ต่อว่าสิ้นปีนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับวงการพระเครื่อง
วิภัชวาที
Sunday, July 1, 2012
Friday, June 29, 2012
ราคาพระระดับเบญจภาคี_29 มิย 2555
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน
วันนี้อยู่บ้านทั้งวัน เลยมีเวลาวางแผนเรื่องบทความที่จะลงเว็บต่อไปในอนาคต
ตอนกลางวันไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ตที่เดอะมอลล์3 ขากลับแวะดูนิตยสารพระเครื่อง เพื่อจะดูเทรนด์ว่าตอนนี้เซียนใหญ่ค่ายยักษ์กำลังจะปั่นพระอะไรอยู่
ก็ดูตลาดพระเงียบ ๆ ไม่คึกคัก อาจเป็นเพราะเพิ่งเปิดเทอม คนเล่นพระที่ยังมีลูกเต้าเรียนหนังสือคงยังไม่ฟื้นจากจ่ายค่าเทอมลูกกระมัง
กลุ่มค่ายนักเขียนรุ่นเก่าก็ยังโปรโมทพระสมเด็จรุ่นวัดระฆัง100ปีไม่เลิก พิมพ์สวย ๆ ขึ้นถึง หมื่นกลางแล้ว เลยฉุดพิมพ์อื่น ๆ ขึ้นตามเป็นแถว
พระหลวงพ่อปานพิมพ์ทรงสัตว์ก็ซาไป คงไม่มีพระให้ซื้อขายแล้วกระมัง (แต่เรายังมีอยู่เป็นกล่องเลย อิ อิ)
ดูในเล่มเห็นหันมาดันพระวัดคู้สลอดจนถึงหลักหมื่นแล้ว
ไม่นานก็จะไม่มีพระให้เล่น
แล้วผู้อ่านรู้ไหมว่าเขาจะเชียร์รุ่นไหนต่อ
กระซิบดัง ๆ เลยว่าต่อไปจะเป็นคิวของพระหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่เลียนพิมพ์ทรงสัตว์ของหลวงพ่อปาน สมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโคก่อนจะย้ายไปวัดท่าซุง
รู้แล้วก็ไปหาไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะว่าไม่บอก
ที่ตกใจมาก ๆ ก็คือราคาพระระดับเบญจภาคีที่ไม่ใช่พระสมเด็จโต
หนังสือสปิริตฉบับเดือนเมษายนลงราคาและชื่อเจ้าของพระอย่างน่ากลัว (เพราะมันโคตรแพงเลย)
ตัวอย่างเช่น
พระสมเด็จอรหัง พิมพ์เดียวกับที่ผมเขียนลงเว็บในชุดประวัติพระประวัติศาสตร์ ราคา 5 - 6 แสนแล้ว (ถ้าจำไม่ผิด ผมซื้อมาหลักพันเอง แต่ก็ร่วม 10 ปีมาแล้ว)
พระกำแพงเม็ดขนุน ราคา 8 - 10 ล้าน แพงกว่าพระสมเด็จบางขุนพรหมอีก แต่เห็นชื่อเจ้าของพระแล้วก็หายแปลกใจ เพราะเป็นเซียนหญ่ายยย ถนัดพระเนื้อชินที่เดี๋ยวนี้เก่งหมดทั้งพระเนื้อดินและพระเนื้อผง
พระผงสุพรรณหน้าหนุ่ม ราคา 3 - 4 ล้าน พิมพ์หน้าหนุ่มน่ะเป็นพิมพ์บ๊วยนะนี่ แล้วพิมพ์หน้าแก่มิพุ่งถึง 2 เท่าหรือ
พระหลวงพ่อทวดหลังเตารีด ราคา 2 - 3 แสน แล้วพระเนื้อว่านปี 2497 มิวิ่งชนหลักล้านหรือทะลุไปแล้วสำหรับพิมพ์ใหญ่
น่ากลัวอะ เซียนใหญ่เวลาดันพระของตัวให้ติดเพดาน
แต่เซียนเล็กเซียนน้อยในสังกัดคงชอบ เพราะพระอื่นก็ถูกดันให้สูงตามไปด้วย เหมือนขึ้นรถเมล์หรือบีทีเอสตอนชั่วโมงเร่งด่วน จะถูกดันเข้าในอย่างไม่ต้องเดินให้เปลืองแรง
มิน่าเล่า ราคาแบบนี้ขายองค์เดียวก็อยู่ได้เป็นปีแล้ว
วันนี้อยู่บ้านทั้งวัน เลยมีเวลาวางแผนเรื่องบทความที่จะลงเว็บต่อไปในอนาคต
ตอนกลางวันไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ตที่เดอะมอลล์3 ขากลับแวะดูนิตยสารพระเครื่อง เพื่อจะดูเทรนด์ว่าตอนนี้เซียนใหญ่ค่ายยักษ์กำลังจะปั่นพระอะไรอยู่
ก็ดูตลาดพระเงียบ ๆ ไม่คึกคัก อาจเป็นเพราะเพิ่งเปิดเทอม คนเล่นพระที่ยังมีลูกเต้าเรียนหนังสือคงยังไม่ฟื้นจากจ่ายค่าเทอมลูกกระมัง
กลุ่มค่ายนักเขียนรุ่นเก่าก็ยังโปรโมทพระสมเด็จรุ่นวัดระฆัง100ปีไม่เลิก พิมพ์สวย ๆ ขึ้นถึง หมื่นกลางแล้ว เลยฉุดพิมพ์อื่น ๆ ขึ้นตามเป็นแถว
พระหลวงพ่อปานพิมพ์ทรงสัตว์ก็ซาไป คงไม่มีพระให้ซื้อขายแล้วกระมัง (แต่เรายังมีอยู่เป็นกล่องเลย อิ อิ)
ดูในเล่มเห็นหันมาดันพระวัดคู้สลอดจนถึงหลักหมื่นแล้ว
ไม่นานก็จะไม่มีพระให้เล่น
แล้วผู้อ่านรู้ไหมว่าเขาจะเชียร์รุ่นไหนต่อ
กระซิบดัง ๆ เลยว่าต่อไปจะเป็นคิวของพระหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่เลียนพิมพ์ทรงสัตว์ของหลวงพ่อปาน สมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโคก่อนจะย้ายไปวัดท่าซุง
รู้แล้วก็ไปหาไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะว่าไม่บอก
ที่ตกใจมาก ๆ ก็คือราคาพระระดับเบญจภาคีที่ไม่ใช่พระสมเด็จโต
หนังสือสปิริตฉบับเดือนเมษายนลงราคาและชื่อเจ้าของพระอย่างน่ากลัว (เพราะมันโคตรแพงเลย)
ตัวอย่างเช่น
พระสมเด็จอรหัง พิมพ์เดียวกับที่ผมเขียนลงเว็บในชุดประวัติพระประวัติศาสตร์ ราคา 5 - 6 แสนแล้ว (ถ้าจำไม่ผิด ผมซื้อมาหลักพันเอง แต่ก็ร่วม 10 ปีมาแล้ว)
พระกำแพงเม็ดขนุน ราคา 8 - 10 ล้าน แพงกว่าพระสมเด็จบางขุนพรหมอีก แต่เห็นชื่อเจ้าของพระแล้วก็หายแปลกใจ เพราะเป็นเซียนหญ่ายยย ถนัดพระเนื้อชินที่เดี๋ยวนี้เก่งหมดทั้งพระเนื้อดินและพระเนื้อผง
พระผงสุพรรณหน้าหนุ่ม ราคา 3 - 4 ล้าน พิมพ์หน้าหนุ่มน่ะเป็นพิมพ์บ๊วยนะนี่ แล้วพิมพ์หน้าแก่มิพุ่งถึง 2 เท่าหรือ
พระหลวงพ่อทวดหลังเตารีด ราคา 2 - 3 แสน แล้วพระเนื้อว่านปี 2497 มิวิ่งชนหลักล้านหรือทะลุไปแล้วสำหรับพิมพ์ใหญ่
น่ากลัวอะ เซียนใหญ่เวลาดันพระของตัวให้ติดเพดาน
แต่เซียนเล็กเซียนน้อยในสังกัดคงชอบ เพราะพระอื่นก็ถูกดันให้สูงตามไปด้วย เหมือนขึ้นรถเมล์หรือบีทีเอสตอนชั่วโมงเร่งด่วน จะถูกดันเข้าในอย่างไม่ต้องเดินให้เปลืองแรง
มิน่าเล่า ราคาแบบนี้ขายองค์เดียวก็อยู่ได้เป็นปีแล้ว
Sunday, June 24, 2012
ขอโพสต์บทความที่เตรียมไว้แล้ว_25 มิย 2555
สวัสดีท่านผู้อ่าน
ไม่อยู่ 2 อาทิตย์ เพิ่งกลับมาเมื่อวาน
เช็คบทความที่ตั้งนาฬิกาของบล็อกให้ลงอัตโนมัติ ก็ไม่ทำงาน 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาบล็อกเลยไม่มีอะไรใหม่
วันนี้เลยขอแก้ตัวโพสต์ย้อนหลัง 3 บทความโดยไม่แก้วันที่
อ่านของเก่าไปก่อนนะครับ
แล้วค่อยคุยเรื่องล่าสุดอีกทีคราวหน้า
วิภัชวาที
ไม่อยู่ 2 อาทิตย์ เพิ่งกลับมาเมื่อวาน
เช็คบทความที่ตั้งนาฬิกาของบล็อกให้ลงอัตโนมัติ ก็ไม่ทำงาน 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาบล็อกเลยไม่มีอะไรใหม่
วันนี้เลยขอแก้ตัวโพสต์ย้อนหลัง 3 บทความโดยไม่แก้วันที่
อ่านของเก่าไปก่อนนะครับ
แล้วค่อยคุยเรื่องล่าสุดอีกทีคราวหน้า
วิภัชวาที
Friday, June 22, 2012
วันนี้ครบรอบ 140 ปี_ 22 เล่มสองมิย 55
22
มิถุนายน 2555
สวัสดีท่านผู้อ่าน
วันนี้เป็นวันครบรอบวันมรณภาพของสมเด็จพุฒาจารย์โต
พรหมรังสี เป็นเวลา 140 ปีพอดี
ท่านที่อ่านบทความ
“มือใหม่เรียนรู้” ใน www.prasomdej.net
คงได้ผ่านตาเรื่องพิมพ์ต่าง ๆ
อันหลากหลายของพระสมเด็จวัดระฆังแล้ว
จะเห็นว่ามีหลักฐานเดียวกับที่พูดถึงประวัติท่านว่ามีมากมายหลายสิบพิมพ์
ไม่แต่เฉพาะที่เล่นหากันอยู่ในปัจจุบัน
เอาเฉพาะพิมพ์ใหญ่ของพระสมเด็จที่ลงหนังสือพระทั้งหลายที่คุยว่าแท้นักแท้หนา ก็มีเป็นสิบพิมพ์แล้ว
หนังสือพระสมเด็จวัดระฆังที่อยากให้ท่านผู้อ่านมีติดตัวไว้สำหรับเล่มที่เป็นมาตรฐานของวงการพระเครื่อง
และที่ผู้เขียนยอมรับได้ คือ
หนังสือ
“พระสมเด็จวัดระฆัง” ในชุด เบญจภาคี ที่สำนักพิมพ์คติ
ย่อมาจากหนังสือเล่มใหญ่ที่พิมพ์ปี พ.ศ. 2542
| เล่มแรก |
หนังสือเล่มนี้พิมพ์เมื่อปีที่แล้ว
(มิถุนายน 2554) หนา 247 หน้า ติดราคาขาย 350 บาทในขนาดที่ใหญ่กว่า
A6 หรือพอคเก็ตบุ้คหน่อย สะดวกในการพกพา
รูปพระในหนังสือพิมพ์ได้ชัดเจน
เป็นการถ่ายใหม่ไม่ใช่เอารูปเก่ามาแสกนให้เห็นสีที่ผิดเพี้ยน ถ่ายรูปพระได้งดงามชัดเจนทั้งหน้าและหลัง มีรูปขนาดเท่าองค์จริงให้เห็นด้านล่างด้วย จัดทำโดย วิวัฒน์ อุดมกัลยารักษ์ และ ราม วัชรประดิษฐ์
ส่วนท่านที่สนใจพระหลากพิมพ์ใน
4 ยุคของสมเด็จโต
ผู้เขียนขอแนะนำหนังสือ “ประวัติสมเด็จโต” ซึ่งเป็นปกแข็งหนา 705 หน้า
มีทั้งรูปพระสมเด็จและประวัติของพระในหน้าคู่กัน สะดวกในการศึกษา
| เล่มสอง |
หนังสือเล่มนี้สืบทอดจากบันทึกของหลวงปู่คำเจ้าอาวาสวัดอมรินทรารามซึ่งเป็นสหธรรมิกกับสมเด็จโต
จัดทำโดย แฉล้ม โชติช่วงและมนัส ยอขันธ์
ราคาฉบับที่ผู้เขียนมีคือ
2,000 บาท พิมพ์ปี พ.ศ. 2538 แต่ได้ข่าวว่าของใหม่พิมพ์ครั้งที่ 2 ราคาขึ้นไปถึง 2,500
บาทแล้ว
หนังสือ 2 เล่มนี้ใช้เป็นหนังสืออ้างอิงในการศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังได้ทั้งคู่
Sunday, June 17, 2012
พระสมเด็จลงปกองค์ที่ 2_17 มิย 55
17
มิถุนายน 2555
สวัสดีท่านผู้อ่าน
ขอพูดถึงพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อีกองค์ที่ได้รับเกียรติลงหนังสือถึง 2 เล่ม เช่นเดียวกับองค์ปฐม
นิตยสารพระเครื่อง
ชื่อ หลาย ส.
เป็นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งแตกตัวมาจากกลุ่มนักเขียนอิสระที่เคยโด่งดังจากหนังสือพระ 2, 3 เล่มในอดีตก่อนจะมีปัญหาจากพิษเศรษฐกิจในปี
พ.ศ. 2540 จนต้องผันตัวเองมาเป็นผู้ส่งเสริมพระสมเด็จประเภทดูยาก
เสียผิว หรือที่เซียนไม่นิยม
ไม่ใช่กลุ่มที่เอาพระสมเด็จอะไรก็ไม่รู้มาประกวดแถวศูนย์การค้าถนนศรีนครินทร์ยุคก่อนจะปรับปรุงใหม่
หนังสือพระที่ลงรูปพระสมเด็จองค์ปฐมกับพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่นี้อยู่ในเครือเดียวกัน
คือเป็นน้องชายและลูกศิษย์ที่อยู่ในวงการสิ่งพิมพ์และหลงเสน่ห์พระเครื่องจนพิมพ์หนังสือเป็นเรื่องเป็นราว
และอยู่ในตลาดได้
สองเล่มนี้มีพระหลากหลายจากหนังสือพระของเซียนทั่วไป
และมีราคาพระให้ดูเกือบทุกองค์ เพราะเซียนมีไม่มากนัก
หนังสือพระเดี๋ยวนี้มีทั้งแบบเซียนทำ
คนเขียนหนังสือพระที่ขายพระด้วยทำ ตลอดจนหนังสือประเภทคนทำหนังสืออย่างเดียวไม่ขายพระเลย
เวลาผู้อ่านเลือกซื้อก็กรุณาเข้าใจด้วยว่าหนังสือแต่ละเล่มมีใครเป็นเจ้าของและมีจุดมุ่งหมายอย่างไร
พระสมเด็จองค์นี้มีพิมพ์ที่น่าสนใจและมีมวลสารให้เห็นชัด
ๆ 2 ชั้นใกล้ศอกซ้ายและกลางฐานชั้นบน สภาพผิวที่เขียนว่า “แน่นหนักแกร่ง”
ทำให้ไม่คุ้นตากับพระที่สมเด็จวัดระฆังที่แก่ปูน แม้ตำราจะบอกว่าเนื้อนี้มีจริง
ใจผู้เขียนยังชอบพระสมเด็จประเภทแก่มวลสารและเนื้อนุ่ม
ๆ มากกว่า
พิมพ์ทรงก็ดูดี
แต่ยังไม่ถูกใจเพราะยังหาความนุ่มนวลของเส้นสายไม่ได้ ดูแข็งทื่อไปหน่อย
เนื้อพระแม้จะเป็นเนื้อเหลืองที่ชอบ
แต่เนื้อที่แก่ปูนทำให้คะแนนตกไปเยอะ
ถ้าจะถือตามคติการเล่นพระเนื้อผงพิมพ์สมเด็จที่พูดกันติดปากจากคนรุ่นก่อน
ๆ ว่า "เล่นแค่ชอบ" ก็ต้องบอกว่า
“องค์นี้ยังไม่ชอบ”
Tuesday, June 12, 2012
ความสวยขององค์ปฐม_12 มิย 55
12
มิ.ย. 2555
สวัสดีท่านผู้อ่าน
ขอพูดถึงศิลปของพระสมเด็จองค์ปฐมอีกครั้ง
ในความเห็นของผู้เขียน
พระองค์ปฐมมีความสวยงามอลังการ์มากที่สุดก็จะเป็นพิมพ์ของหลวงวิจารณ์เจียระนัยพิมพ์หนึ่ง
เพราะศิลปะล้ำเลิศเกินกว่าที่จะเป็นฝีมือของช่างอื่น
ไม่ว่าจะเป็นช่างสิบหมู่ หรือช่างราษฎร์
และเป็นพระสมเด็จที่พิมพ์สวยที่สุดพิมพ์หนึ่งในกลุ่มพิมพ์ใหญ่ทั้งหลาย
เฮียเท้าถึงได้หลงรักและนำเสนอเป็นองค์แรกของการดูพระสมเด็จ
ทั้ง ๆ ที่บอกว่าย่ำมาสิบ ๆ ปีจนรองเท้าสึก เพิ่งจะเจอแค่องค์เดียว
จากศิลปะที่องค์พระล่ำสันและเต็มไปด้วยรายละเอียดอันประณีต
ตั้งแต่ เกศ หู ลำคอ สังฆาฎิ รัดไหล่ เส้นชายจีวร 2 ชายมาจบกันที่เข่า เส้นแซมโค้งน้อย
ๆ ใต้ตัก เส้นนูนฐานชั้นแรก สั้นยาวเรียวฐานชั้นสอง และร่องกระดานในฐานชั้นล่าง
เหล่านี้เป็นศิลปะสวยงามของพระพุทธรูปทรงเครื่องสกุลเชียงแสนที่อวบอ้วน
สวยสง่าแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ขององค์พระ ฐาน และเส้นซุ้ม
เรียกได้ว่า
ยิ่งดูยิ่งสวย ศิลปะงดงามด้วยเสน่ห์พิมพ์ทรง
ลองดูสิครับว่าท่านเห็นอะไรที่สวยงามกว่าที่ผู้เขียนบรรยายอีก
หนังสือบอกว่าพระสมเด็จองค์ที่ลงปกราคาถึงเลขแปดหลัก
แต่ถ้าท่านคอมเม้นท์ได้ดี
พระพิมพ์ที่โชว์ครั้งก่อนที่พิมพ์เลียนองค์ปฐม มีสิทธิเป็นของท่านได้
Thursday, June 7, 2012
องค์ปฐม_ 7 มิย 55
7 มิ.ย. 55
วันนี้เริ่มว่างหลังพักปรับสภาพร่างกายให้ชินกับเวลาที่ต่างกัน
12 ชั่วโมง และเอาโน้ตบุ้คไปลง window ใหม่หลังจากโดนไวรัสซะงอมแงม
สองวันก่อนไปร้านหนังสือเลือกนิตยสารพระเครื่องได้
2
เล่ม ก็เลยอยากวิจารณ์ให้อ่านกันเล่น ๆ
เล่มแรกลงปกพระเนื้อผง
5 องค์
องค์กลางที่รูปใหญ่สุดคือพระสมเด็จที่ผู้เขียนเรียกว่า “องค์ปฐม” ใน
ถอดรหัสพระสมเด็จ วันปฐมฤกษ์ 22 มิ.ย. 51
เหลือบไปมองนิตยสารอีกเล่มบนแผงซึ่งเป็นแบบไฮโซของแพงลงปกหน้าโดด
ๆ เลย เท่ากับว่าเดี๋ยวนี้หาพระสมเด็จยากน่าดู พอได้แต่ละองค์ นิตยสารเล่มต่าง ๆ ก็แย่งกันลง
องค์นี้ไม่ใช่องค์ดั้งเดิมที่เฮียเท้าเขียนถึง
แต่เป็นองค์ที่พิมพ์ทรงใกล้เคียงกัน
เป็นพิมพ์ที่มีเอกลักษณ์แปลกกว่าพิมพ์ใหญ่พิมพ์อื่น ๆ
ซึ่งผู้เขียนได้เคยเขียนขยายความจากที่เฮียเท้า หรือ คุณวิโรจน์ ใบประเสริฐเขียนลงพรีเชียสแมกกาซีนไว้
ตอนนั้นสรุปให้ทราบว่าทำไม่ถึงมีได้องค์เดียว
ไม่เห็นมีองค์อื่นเลย
ทั้งที่ผู้เขียนเสาะหามาตั้งหลายองค์ล้วนเป็นพระเลียนพิมพ์หรือพระลอกพิมพ์ทั้งนั้น
ตอนนี้ยังเห็นกันหลายองค์รวมทั้งที่ลงนิตยสาร
ต.พ. และ สปร. ที่วางขายในปัจจุบันด้วย
เอาละ
รายละเอียดกับข้อมูลเจาะลึกลงไปอ่านในถอดรหัสพระสมเด็จวันที่อ้างถึงก็แล้วกัน
วันนี้ขอโชว์พระพิมพ์คล้ายกันทั้งด้านหน้าด้านหลัง
![]() |
| องค์ที่ 1 ด้านหน้า |
![]() |
| องค์ที่ 1 ด้านหลัง |
![]() |
| องค์ที่ 2 ด้านหน้า |
![]() |
| องค์ที่ 2 ด้านหลัง |
และขอเรียนท่านผู้อ่านด้วยว่า
2 องค์นี้คือรางวัลที่ผู้เขียนจะมอบให้ท่านผู้อ่านที่คอมเม้นท์เรื่องลักษณะพิมพ์หลวงวิจารณ์
และเรื่องพระองค์ที่แล้วว่าใครสร้าง
ใครตอบได้โดนใจทั้ง 2 องค์
พระที่โชว์คือรางวัลครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)



